ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง’ปอประตูน้ำ’เปิดบ่อน

ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ ปอ ประตูน้ำ ผู้กว้างขวางย่านซอยกิ่งเพชร พร้อมพวกเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 8

ในความผิด ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันรับของโจร ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ร่วมกันซื้อหรือรับไว้ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากร และร่วมกันมีไพ่ไว้ในครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

โดยระหว่างเมื่อปี 2546 ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้ง 8 ได้บังอาจร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยเปิดเป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

โดยคดีนี้ อัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ส่วนนำเลยที 4 คือ นายวันชัย หรือ ตี๋ใหญ่ แซ่เหลี่ยว ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลยกฟ้อง โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ มีน้ำหนักน้อย ยืนยันได้เพียงว่า

จำเลยที 1 เข้าร่วมเล่นการพนัน ไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยที่1 เป็นเจ้าของบ่อนพยานหลักฐานโจทก์ ไม่เพียงพอ ที่จะรับฟังได้โดยปราศจาคข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 มีความผิด พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องและให้จำคุกจำเลยที่ 4 ในฐานะ เจ้าของบ่อน เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ชูวิทย์ บุก บช.น. มอบหลักฐาน มัดบ่อนกิ่งเพชร

\

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายชูวิทย์ กมลวิศษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้เดินทางไปมอบแผ่นวีซีดี หลักฐานบ่อนกิ่งเพชร บริเวณ ถ.เพชรบุรี ซอย5 ให้แก่ พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษก บช.น. ภายหลังได้ส่งสายลับไปบันทึกภาพการเล่นการพนันในบ่อนดังกล่าว

โดยการนี้นายชูวิทย์ ได้ให้ พ.ต.อ.ปรีดา เซ็นต์ชื่อรับหลักฐาน และได้กำชับให้รีบไปตรวจสอบด้วย เพราะหากล่าช้าจะทำให้ไม่พบหลักฐานเนื่องจากขณะนี้กำลังมีการขนย้ายอุปกรณ์หนีอยู่ ขณะเดียวกันหากเจ้าหน้าที่ตำรวจละเลย ก็จะมีความผิดตามกฎหมายมาตรา 157ด้วย

ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งก่อนการมอบเอกสารหลักฐาน นายชูวิทย์ก็ได้ลั่นวาจาสาบานต่อหน้า อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งกระทรวงนครบาล ด้วยว่า

หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ แล้วไม่พบว่ามีบ่อนในที่ดังกล่าวจริง ก็ขอให้ตน และครอบครัวเกิดความวิบัติ แต่ถ้าหากมีบ่อนดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ละเลย ก็ขอให้ขอให้ครอบครัววิบัติ รับราชการไม่รุ่ง ไม่มีความเจริญในหน้าที่การงานใดๆ.,p

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง’ปอประตูน้ำ’เปิดบ่อน

ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ ปอ ประตูน้ำ ผู้กว้างขวางย่านซอยกิ่งเพชร พร้อมพวกเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 8

ในความผิด ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันรับของโจร ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ร่วมกันซื้อหรือรับไว้ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากร และร่วมกันมีไพ่ไว้ในครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

โดยระหว่างเมื่อปี 2546 ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้ง 8 ได้บังอาจร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยเปิดเป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

โดยคดีนี้ อัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ส่วนนำเลยที 4 คือ นายวันชัย หรือ ตี๋ใหญ่ แซ่เหลี่ยว ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลยกฟ้อง โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ มีน้ำหนักน้อย ยืนยันได้เพียงว่า

จำเลยที 1 เข้าร่วมเล่นการพนัน ไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยที่1 เป็นเจ้าของบ่อนพยานหลักฐานโจทก์ ไม่เพียงพอ ที่จะรับฟังได้โดยปราศจาคข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 มีความผิด พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องและให้จำคุกจำเลยที่ 4 ในฐานะ เจ้าของบ่อน เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ชูวิทย์ บุก บช.น. มอบหลักฐาน มัดบ่อนกิ่งเพชร

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายชูวิทย์ กมลวิศษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้เดินทางไปมอบแผ่นวีซีดี หลักฐานบ่อนกิ่งเพชร บริเวณ ถ.เพชรบุรี ซอย5 ให้แก่ พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษก บช.น. ภายหลังได้ส่งสายลับไปบันทึกภาพการเล่นการพนันในบ่อนดังกล่าว

โดยการนี้นายชูวิทย์ ได้ให้ พ.ต.อ.ปรีดา เซ็นต์ชื่อรับหลักฐาน และได้กำชับให้รีบไปตรวจสอบด้วย เพราะหากล่าช้าจะทำให้ไม่พบหลักฐานเนื่องจากขณะนี้กำลังมีการขนย้ายอุปกรณ์หนีอยู่ ขณะเดียวกันหากเจ้าหน้าที่ตำรวจละเลย ก็จะมีความผิดตามกฎหมายมาตรา 157ด้วย

ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งก่อนการมอบเอกสารหลักฐาน นายชูวิทย์ก็ได้ลั่นวาจาสาบานต่อหน้า อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งกระทรวงนครบาล ด้วยว่า

หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ แล้วไม่พบว่ามีบ่อนในที่ดังกล่าวจริง ก็ขอให้ตน และครอบครัวเกิดความวิบัติ แต่ถ้าหากมีบ่อนดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ละเลย ก็ขอให้ขอให้ครอบครัววิบัติ รับราชการไม่รุ่ง ไม่มีความเจริญในหน้าที่การงานใดๆ.